Knowledge

SolaRE โซลาร์เซลล์ชนิดแยกส่วนประกอบได้ง่ายหลังปลดระวาง เพิ่มโอกาสรีไซเคิลวัสดุ

SolaRE นวัตกรรมการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ที่ออกแบบให้ ถอดแยกส่วนประกอบได้ง่ายเมื่อหมดอายุการใช้งาน ช่วยลดต้นทุนการรีไซเคิล เพิ่มการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์จากแผงโซลาร์เซลล์ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เทคโนโลยีนี้ใช้ แผ่นฟิล์มโปร่งแสงชนิดพิเศษ ที่ผลิตได้ในประเทศ ทำให้สามารถแยกชั้นวัสดุได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมี ความร้อน หรือเครื่องจักรเฉพาะทาง อีกทั้งยังใช้สายการผลิตเดิมของโรงงานได้ ไม่ต้องลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักร โดยเพิ่มอัตราการรีไซเคิลวัสดุจากประมาณ 10% เป็น 85–95% เพิ่มมูลค่าวัสดุที่นำกลับมาใช้ได้ราว 4 เท่า และลดปริมาณขยะฝังกลบเหลือเพียง 5–15% ปัจจุบัน SolaRE ผ่านการทดสอบการใช้งานจริงในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยเป็นเวลา 2 ปี และพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการพัฒนาพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนของประเทศ รายละเอียดผลงานเพิ่มเติม https://www.nstda.or.th/home/news_post/bcg-delight-eco-pest/ สรุปย่อโดย สมชัย เมาไพร งานสื่อสารการวิจัย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สวทช.อาร์ตเวิร์กภาพประกอบหน้าปกโดย สมชัย เมาไพรรายละเอียดผลงานวิจัย ภัทรา สัปปินันทน์ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.

SolaRE โซลาร์เซลล์ชนิดแยกส่วนประกอบได้ง่ายหลังปลดระวาง เพิ่มโอกาสรีไซเคิลวัสดุ Read More »

“Eco-Pest” สารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตรสำหรับควบคุมกำจัดแมลง

นักวิจัย ENTEC สวทช. พัฒนา Eco-Pest สารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตรจาก กรดไขมันปาล์มน้ำมัน เพื่อควบคุมและกำจัดแมลงศัตรูพืช โดยเฉพาะแมลงปากดูด เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่น และแมลงหวี่ขาว มีประสิทธิภาพกำจัดแมลงได้มากกว่า 97% ภายใน 72 ชั่วโมง และกำจัดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังได้สูงถึง 92% ภายใน 24 ชั่วโมง ภายใต้การทดสอบที่รายงานไว้ จุดเด่นของ Eco-Pest คือผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้ ไม่ทิ้งสารพิษตกค้าง ไม่เป็นอันตรายต่อพืช ช่วยลดการใช้สารเคมีกำจัดแมลงและลดการนำเข้าปิโตรเลียมออยล์ อีกทั้งยังเพิ่มมูลค่าให้ปาล์มน้ำมันไทยและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมโอเลโอเคมีตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG Economy Model ปัจจุบันผลงานอยู่ในระดับห้องปฏิบัติการ และทีมวิจัยพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคเอกชนเพื่อพัฒนาเชิงพาณิชย์ต่อไป รายละเอียดผลงานเพิ่มเติม https://www.nstda.or.th/home/news_post/bcg-delight-eco-pest/ สรุปย่อโดย สมชัย เมาไพร งานสื่อสารการวิจัย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สวทช. อาร์ตเวิร์กภาพประกอบหน้าปกโดย สมชัย เมาไพร รายละเอียดผลงานวิจัย วีณา ยศวังใจ ฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สวทช.

“Eco-Pest” สารเสริมประสิทธิภาพทางการเกษตรสำหรับควบคุมกำจัดแมลง Read More »

เทคโนโลยีการผลิตส่วนประกอบดาวเทียมไทย ก้าวสำคัญสู่การสร้างอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศ

S&T IMPLEMENTATION https://www.nstda.or.th/home/news_post/thai-satellite-battery-and-material-tech-s-and-t-implementation/ ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศด้วยการวิจัยและพัฒนาดาวเทียมสัญชาติไทย ภายใต้ความร่วมมือของ Thai Space Consortium (TSC) ซึ่งมีหน่วยงานวิจัยชั้นนำของประเทศร่วมดำเนินงาน โดย ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช. รับผิดชอบการพัฒนาแพ็กแบตเตอรี่สำหรับดาวเทียม ร่วมกับ NECTEC ขณะที่ MTEC สนับสนุนการคัดเลือกวัสดุและการจำลองการทำงานของโครงสร้างดาวเทียม เพื่อให้สามารถรองรับสภาพแวดล้อมที่รุนแรงในอวกาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือการออกแบบระบบแบตเตอรี่ให้มีความเสถียร ปลอดภัย และสามารถทำงานได้ภายใต้อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง โดยทีมวิจัย ENTEC ได้พัฒนาระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System: BMS) เพื่อควบคุมและติดตามการทำงานของแบตเตอรี่อย่างแม่นยำ ปัจจุบันผลงานวิจัยอยู่ในระดับ TRL 4 หรือการทดสอบต้นแบบในห้องปฏิบัติการ และเตรียมก้าวสู่การทดสอบในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงของอวกาศ นอกจากนี้ MTEC ยังร่วมพัฒนาวัสดุน้ำหนักเบาแต่มีความแข็งแรงสูง พร้อมใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์เพื่อวิเคราะห์การถ่ายเทความร้อน ความแข็งแรงของโครงสร้าง และการทำงานของระบบต่าง ๆ ของดาวเทียม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบก่อนการผลิตจริง องค์ความรู้ที่เกิดจากโครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงอุตสาหกรรมอวกาศ แต่ยังสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ วัสดุขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ ช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและวางรากฐานให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต สรุปย่อโดย สมชัย เมาไพร งานสื่อสารการวิจัย ฝ่ายประชาสัมพันธ์

เทคโนโลยีการผลิตส่วนประกอบดาวเทียมไทย ก้าวสำคัญสู่การสร้างอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศ Read More »

PALMGREASE จาระบีชีวภาพจากน้ำมันปาล์มของไทย ทางเลือใหม่ของสารหล่อลื่นเพื่ออุตสาหกรรมที่ยั่งยืน

ในโลกอุตสาหกรรมยุคใหม่ “สารหล่อลื่น” ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงลดแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของเครื่องจักรเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความยั่งยืนและการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ภายใต้กระแสการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ที่ได้รับความสำคัญในระดับโลก อุตสาหกรรมสารหล่อลื่นซึ่งเดิมพึ่งพาวัตถุดิบจากทรัพยากรฟอสซิลเป็นหลักจึงกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นวัตกรรม “PALMGREASE” จาระบีชีวภาพจากน้ำมันปาล์มของไทย จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะทางเลือกใหม่ที่ยกระดับน้ำมันปาล์มจากพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศสู่ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมูลค่าสูง พร้อมตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะของสารหล่อลื่นและเป้าหมายความยั่งยืนในระดับสากล จากปาล์มน้ำมันสู่จาระบีชีวภาพ: ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช. ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตจาระบีชีวภาพ (Bio-based grease) จากน้ำมันปาล์มของไทยให้มีสมรรถนะเทียบเท่าจาระบีเชิงพาณิชย์ การพัฒนานี้ไม่ใช่เพียงนำน้ำมันพืชมาผสมเป็นสารหล่อลื่น แต่เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ในการออกแบบสูตรและโครงสร้างของจาระบี เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีสมรรถนะการหล่อลื่นสูง มีความเสถียรทางเคมี และเหมาะสมต่อการใช้งานในสภาวะอุตสาหกรรม พร้อมคุณสมบัติการย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับแนวทางอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่มุ่งลดการปล่อยคาร์บอน (Carbon Footprint) อย่างเป็นรูปธรรม ความสำคัญของจาระบีในอุตสาหกรรม: จาระบีเป็นสารหล่อลื่นสำคัญที่ช่วยให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างราบรื่น ตั้งแต่เครื่องจักรกลเกษตร เครื่องจักรก่อสร้าง ไปจนถึงระบบกลไกในโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม จาระบีส่วนใหญ่ในปัจจุบันผลิตจากน้ำมันแร่ (Mineral oil) ซึ่งเป็นทรัพยากรจากฟอสซิลที่มีจำกัด และมีคุณสมบัติย่อยสลายได้ยาก (Non-biodegradable) เมื่อเกิดการรั่วไหลระหว่างการใช้งาน สารหล่อลื่นเหล่านี้อาจตกค้างในดินหรือแหล่งน้ำเป็นเวลานานและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานจากต่างประเทศ ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลกและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงแนวโน้มมาตรฐานการค้าระดับสากลที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เช่น แนวทาง

PALMGREASE จาระบีชีวภาพจากน้ำมันปาล์มของไทย ทางเลือใหม่ของสารหล่อลื่นเพื่ออุตสาหกรรมที่ยั่งยืน Read More »

แลคโตยิปซัม ทางเลือกใหม่ของยิปซัมไทยในยุคทรัพยากรจำกัด

ภายใต้แรงกดดันจากการขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติและเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างของไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้อง “เปลี่ยนวิธีคิด” จากการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติไปสู่การใช้ทรัพยากรทดแทนและการใช้ประโยชน์จากของเสียอุตสาหกรรม ยิปซัมเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการผลิตแผ่นยิปซัมซึ่งมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามยิปซัมธรรมชาติกำลังจะหมดลงในอนาคตอันใกล้ ขณะที่ยิปซัมธรรมชาติของไทยเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพสูงอันดับต้นๆ ของโลก จึงควรรักษาไว้สำหรับการใช้งานที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่า ในอีกด้านหนึ่ง อุตสาหกรรมชีวภาพโดยเฉพาะการผลิตกรดแลคติก กลับสร้างของเสียในรูปของ แลคโตยิปซัม ในปริมาณมหาศาล ซึ่งต้องใช้ต้นทุนสูงในการบำบัดก่อนกำจัด ของเสียชนิดนี้แม้จะมีองค์ประกอบทางเคมีใกล้เคียงกับยิปซัมธรรมชาติ แต่กลับมีข้อจำกัดสำคัญคือ กลิ่นอันไม่พึงประสงค์จากสิ่งเจือปนอินทรีย์ ที่ไม่เพียงคงอยู่ในวัตถุดิบแต่ยังสามารถ “กลับคืนมาอีกครั้ง” ในขั้นตอนการผลิตแผ่นยิปซัม จึงยังคงต้องได้รับการพัฒนาก่อนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ นวัตกรรมไม่ได้หยุดอยู่ที่การหาวิธีลดกลิ่นเพียงชั่วคราว แต่เป็นการออกแบบกระบวนการวิจัยแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทีมวิจัยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช. วิเคราะห์แลคโตยิปซัมในเชิงลึก ทั้งด้าน pH โครงสร้างผลึก ขนาดอนุภาค องค์ประกอบทางเคมี และสารที่ก่อให้เกิดกลิ่น ก่อนพัฒนาแนวทางแก้ปัญหาในการลดกลิ่นของแลคโตยิปซัม พร้อมทดสอบกลิ่นที่อาจเกิดซ้ำหลังการเผาแลคโตยิปซัมเป็นปลาสเตอร์ และการผสมน้ำเพื่อเปลี่ยนปลาสเตอร์กลับสู่สภาพยิปซัมอีกครั้ง หัวใจสำคัญคือการใช้ Gas Chromatography เป็นเครื่องมือยืนยันเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อให้มั่นใจว่าวิธีที่พัฒนาขึ้นสามารถลดการเกิดกลิ่นในระหว่างกระบวนการผลิต และสามารถดับกลิ่นของแผ่นยิปซัมที่ผลิตได้อย่างถาวร ปัญหากลิ่นของแลคโตยิปซัมเกิดจากสารอินทรีย์ตกค้างจากกระบวนการหมัก เช่น น้ำตาล โปรตีน แบคทีเรีย ซึ่งเมื่อผ่านการเผาและผสมน้ำเพื่อขึ้นรูปเป็นแผ่น กลิ่นสามารถ “กลับมา” ได้อีก กระบวนการกำจัดกลิ่นจึงออกแบบให้แก้ที่ต้นเหตุ

แลคโตยิปซัม ทางเลือกใหม่ของยิปซัมไทยในยุคทรัพยากรจำกัด Read More »

เส้นทางพลังงานใหม่ จากไบโอแก๊สสู่ไฮโดรเจน

ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเร่งเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ไฮโดรเจนถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมหนักและการขนส่ง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่ “แหล่งที่มาของไฮโดรเจน” ซึ่งส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังผลิตจากก๊าซธรรมชาติและก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งชีวภาพ (Biogenic CO₂) เทียบกับ คาร์บอนไดออกไซด์จากเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil CO₂) ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงได้ดำเนินงานวิจัยเพื่อศึกษาศักยภาพของการผลิตไฮโดรเจนจากก๊าซชีวภาพ โดยใช้กระบวนการ Steam Methane Reforming (SMR) ร่วมกับปฏิกิริยา Water-Gas Shift (WGS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฮโดรเจน พร้อมลดการปล่อยคาร์บอน และออกแบบระบบให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในบริบทอุตสาหกรรมของประเทศไทย เปลี่ยนก๊าซชีวภาพให้เป็นพลังงานไฮโดรเจน แม้ไฮโดรเจนจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มพลังงานสะอาดเมื่อใช้งานปลายทาง แต่กระบวนการผลิตกลับยังเป็นต้นทางของการปล่อย CO₂ จำนวนมาก โดยเฉพาะวิธี SMR แบบดั้งเดิมที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas) ในขณะเดียวกันประเทศไทยมีของเสียชีวภาพจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรจำนวนมหาศาล ซึ่งสามารถนำมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพได้ แต่การใช้ประโยชน์ยังจำกัดอยู่ในรูปแบบการผลิตไฟฟ้าหรือความร้อนเป็นหลัก ENTEC สวทช. มองเห็นช่องว่างสำคัญระหว่าง “ทรัพยากรที่มีอยู่” กับ “เทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต” จึงตั้งโจทย์วิจัยเพื่อหาคำตอบว่า จะสามารถยกระดับก๊าซชีวภาพจากพลังงานท้องถิ่น

เส้นทางพลังงานใหม่ จากไบโอแก๊สสู่ไฮโดรเจน Read More »

รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารับจ้างสาธารณะ เชื่อมต่อการเดินทางสู่ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ

ในปัจจุบันระบบขนส่งมวลชนสาธารณะมีการขยายการให้บริการและครอบคลุมพื้นที่ในเขตเมืองและชานเมืองมากขึ้น อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกต่อผู้ใช้บริการในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังต้องการเชื่อมต่อการเดินทางสู่ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะหรือการเดินทาง First Mile / Last Mile เพื่อทดแทนการใช้ยานยนต์ส่วนบุคคลได้เต็มรูปแบบดังแสดงในรูปที่ 1 รถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะจึงเข้ามามีบทบาทในกรณีนี้ รูปที่ 1 รูปแบบการบริการของรถจักรยานยนต์ First / Last Mile อย่างไรก็ตามรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ หรือพี่วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในปัจจุบัน ยังใช้เครื่องยนต์เผาไหม้ที่ยังต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ประสิทธิภาพการใช้พลังงานต่ำ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกและก๊าซไอเสียสู่บรรยากาศ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและวิกฤตภาวะโลกร้อน ด้วยเหตุนี้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศได้ อย่างไรก็ตาม รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายังมีข้อจำกัดในเรื่องของการชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่ต้องใช้ระยะเวลาในการชาร์จ ต้นทุนราคารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่รวมแบตเตอรี่ที่มีมูลค่าสูง และภาระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อหมดอายุหลังการใช้งาน ดังนั้นศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จึงต่อยอดการสนับสนุนการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ ร่วมกับเครือข่ายงานวิจัยจากภาครัฐและเอกชนนำเสนอ แพล็ตฟอร์มการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่เพื่อผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารับจ้างสาธารณะ ในวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเปลี่ยนมูลค่าการถือครองแบตเตอรี่ในต้นทุนราคารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเป็นการใช้บริการแพล็ตฟอร์มการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ในต้นทุนค่าใช้จ่ายเทียบเท่ากับค่าน้ำมันสำหรับการใช้รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์ จุดเด่นเทคโนโลยี / และการติดตามวัดผลแพล็ตฟอร์มการสับเปลี่ยนแบเตอรี่มีความเหมาะสมกับการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าต่อเนื่องเพื่อการประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ ในประเทศไทยได้มีการให้บริการสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่แสดงดังรูปที่ 2 ซึ่งในโครงการต่อยอดมีสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ให้บริการครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลกว่า 40 สถานี ดังแสดงในรูปที่ 3  (ก) (ข) รูปที่ 2 สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่

รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารับจ้างสาธารณะ เชื่อมต่อการเดินทางสู่ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ Read More »

แผงเซลล์แสงอาทิตย์น้ำหนักเบากึ่งส่องผ่านแสง

แผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีขายทั่วไปมีน้ำหนักมาก ทึบแสง ในการติดตั้งบนหลังคาต้องมีโครงรองรับ มีข้อจำกัดในการติดตั้งบนหลังคาบางประเภท งานวิจัยนี้จึงพัฒนาแผงน้ำหนักเบา ที่ติดตั้งง่ายสะดวกในการขนย้ายและมีการส่องผ่านแสงบางส่วนเพื่อโอกาสในการประยุกต์ใช้ในการเกษตรในรูปแบบ Agrivoltaic จุดเด่นเทคโนโลยีน้ำหนักเบากว่าแผงฯมาตรฐานทั่วไปประมาณ 25% (8.6 kg/m2) ขนย้ายและติดตั้งง่าย แข็งแรง มีลักษณะกึ่งส่องผ่านแสง จึงสามารถประยุกต์ใช้งานอื่นๆได้ เช่น หลังคาโรงเรือนการเกษตร การนำไปใช้ / การถ่ายทอดเทคโนโลยี / ประโยชน์ที่ได้รับ การอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) “แผงเซลล์แสงอาทิตย์น้ำหนักเบาสำหรับการติดตั้งที่ง่าย” เลขที่คำขอสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ 2101005940   การร่วมวิจัยหรือรับจ้างวิจัยเพื่อต่อยอดแผงน้ำหนักเบากึ่งโปร่งแสง คุณสมบัติของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ผู้ประกอบการธุรกิจประกอบแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (PV module assembly), ธุรกิจติดตั้งระบบเซลล์แสงอาทิตย์ (PV installer), ธุรกิจด้านการก่อสร้างและตกแต่ง  หรือธุรกิจด้านพลังงานทดแทนที่มีความพร้อมเรื่องช่องทางจำหน่าย  ความร่วมมือที่เสาะหา รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปผลิตแผงเพื่อจำหน่าย  หรือร่วมกันพัฒนาแผงเวอร์ชั่นใหม่ สถานภาพของผลงานวิจัย ต้นแบบแผงเซลล์แสงอาทิตย์น้ำหนักเบามีกำลังไฟฟ้าสูงสุด 30 W (100W/m2) น้ำหนัก 2.5 Kg (8.6 kg/m2 ) ขนาด 39 cm

แผงเซลล์แสงอาทิตย์น้ำหนักเบากึ่งส่องผ่านแสง Read More »

“ENcase” เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์

ดร.สมศักดิ์ สุภสิทธิ์มงคล และคณะ 1 ได้พัฒนาเครื่อง ENcase สำหรับผลิตน้ำยาอิเล็กโทรไลต์ ENERclean ใช้สำหรับฆ่าเชื้อ น้ำยา ENERclean ผลิตจากเกลือแกง และผ่านมาตรฐานการทดสอบผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคโดยมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น พ่นขยะติดเชื้อ พ่นทำความสะอาดพื้นผิวทั่วไป พ่นทำความสะอาดมือ หรือแม้กระทั่งล้างเนื้อสัตว์ พืชผัก และผลไม้ได้อีกด้วย ในช่วงที่ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังประสบกับวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) วัสดุอุปกรณ์สำหรับป้องกันและฆ่าเชื้อโรคขาดแคลนอย่างหนัก ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้คนในวงกว้าง ดร.สมศักดิ์ สุภสิทธิ์มงคล และคณะ จากศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) ได้นำความรู้พื้นฐานทางด้านวัสดุศาสตร์และไฟฟ้าเคมีมาประยุกต์ในการสร้างเครื่องมือผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อโรค โดยทีมวิจัยได้ทดลองเบื้องต้นภายในห้องปฏิบัติการ และพบว่าสามารถใช้งานได้จริง ประจวบกับมีหน่วยงานประกาศให้ทุน ทีมวิจัยจึงยื่นข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับทุน 2  ดังกล่าว แนวคิดและหัวใจสำคัญของเทคโนโลยี ดร.สมศักดิ์ เล่าถึงแนวคิดว่า “ในช่วงแรกที่เกิดวิกฤตโควิด-19 น้ำยาฆ่าเชื้ออย่างแอลกอฮอล์ หรือสารฟอกขาวขาดตลาด ผมก็เลยเกิดแนวคิดที่จะนำความรู้เรื่องเซลล์ไฟฟ้าเคมีมาประยุกต์ใช้ โดยดัดแปลงระบบของเซลล์เชื้อเพลิง (fuel cells) 3 ให้กลายเป็นเครื่องที่ผลิตสารอื่นตามที่เราต้องการ เราทดลองเปลี่ยนตัวกลางจากเดิมที่เป็นน้ำมาเป็นสารชนิดอื่น และเมื่อใส่กระแสไฟฟ้าเข้าไปก็จะเกิดการแตกตัว แต่หัวใจสำคัญคือจะสามารถแยกสารที่เกิดจากการแตกตัวนั้นได้อย่างไร”

“ENcase” เครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้ออิเล็กโทรไลต์ Read More »