วันที่ 19–20 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ (Training of Trainers: ToT) ภายใต้โครงการสนับสนุนเชิงเทคนิคเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการวางแผนและลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย
ซึ่งได้รับมอบหมายจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) การอบรมนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ และการพิจารณาด้านการเงิน สำหรับสนับสนุนการตัดสินใจลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งอย่างยั่งยืน
โดยมี ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการ ENTEC สวทช. คุณชุตินธร มั่นคง ผู้อำนวยการสำนักแผนความปลอดภัย สนข. และ Ms. Lisa Louveton ผู้แทน UNDP ร่วมกล่าวเปิดการอบรม
ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ ผู้อำนวยการ ENTEC สวทช. กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จำเป็นต้องมีแนวทางการวางแผนและลงทุนที่คำนึงถึงความเสี่ยงในระยะยาว
โดย ENTEC สวทช. ร่วมกับ UNDP สนข. และ สศช. พัฒนาแนวปฏิบัติที่ครอบคลุมการประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ การวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ และการพิจารณาด้านการเงิน พร้อมนำข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาปรับปรุงเครื่องมือให้เหมาะสมต่อการใช้งานจริง
หัวใจสำคัญของการอบรมผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ครั้งนี้ คือการสร้างบุคลากรที่สามารถนำแนวปฏิบัติและเครื่องมือไปถ่ายทอดต่อได้ ไม่ใช่เพียงสร้างความเข้าใจในหลักการ แต่ต้องสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน งานวิจัย และการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระดับพื้นที่ได้ด้วย เนื่องจากการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องอาศัยความร่วมมือและองค์ความรู้จากหลายสาขา
ENTEC สวทช. พร้อมสนับสนุนต่อยอดองค์ความรู้และขยายเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อให้การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน
คุณชุตินธร มั่นคง ผู้อำนวยการสำนักแผนความปลอดภัย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งควบคู่กันทั้งการปรับตัวต่อความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero
โดยการวางแผนและลงทุนโครงสร้างพื้นฐานควรให้ความสำคัญกับ 3 แนวทาง ได้แก่
- การออกแบบให้ทนทานต่อสภาพอากาศสุดขั้ว
- การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคาร์บอนต่ำ
- การใช้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา เช่น ระบบระบายน้ำที่รองรับฝนที่เพิ่มขึ้น การใช้พลังงานสะอาด และการฟื้นฟูระบบนิเวศเพื่อช่วยลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติ
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการพัฒนาระบบคมนาคมที่ยั่งยืนไม่สามารถดำเนินการโดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากสถาบันการศึกษา นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพื่อให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศมีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต
ด้าน Ms. Lisa Louveton ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) กล่าวเน้นย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบคมนาคมขนส่ง
ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชน การประเมินความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนและการลงทุนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันความเสียหาย ลดต้นทุนในระยะยาว และทำให้โครงสร้างพื้นฐานยังคงใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป
ขณะเดียวกัน UNDP มุ่งสนับสนุนการนำองค์ความรู้และเครื่องมือด้านการประเมินความเสี่ยงสู่การปฏิบัติจริง ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานไทยและการพัฒนาศักยภาพคณาจารย์และวิทยากร
เพื่อถ่ายทอดความรู้ไปยังผู้ปฏิบัติงานในวงกว้าง โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ ใช้ทรัพยากรสาธารณะอย่างคุ้มค่า และสร้างประโยชน์ที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศไทย
กิจกรรมการอบรมครอบคลุมเนื้อหาองค์ความรู้สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
- การประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk Assessment: CRA) เพื่อให้สามารถระบุและประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐาน
- การวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ (Cost-Benefit Analysis: CBA) เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาความคุ้มค่าของการลงทุน
- แนวทางด้านการเงินสำหรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน
นำเสนอโดย ดร.กัมปนาท ซิลวา นักวิจัย และนายพิชญ์พงษ์ จันทา ผู้ช่วยวิจัย ทีมวิจัยพลังงานทดแทนและประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่มวิจัยพลังงานคาร์บอนต่ำ ENTEC สวทช. ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ผสมผสานการบรรยายกับการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำหลักการและเครื่องมือไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้จริง Low Carbon Energy Research Group, ENTEC, NSTDA. The training combined lectures with practical exercises to enable participants to apply the principles and tools in their professional work.
การพัฒนาผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้เป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้จากโครงการสู่การใช้งานในวงกว้าง โดยคาดหวังให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำแนวทางและเครื่องมือที่ได้รับไปใช้สนับสนุนการวางแผนและประเมินโครงการลงทุนได้อย่างมีหลักการ
พิจารณาความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศควบคู่กับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และช่วยให้การตัดสินใจลงทุนคำนึงถึงความยั่งยืนและความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในระยะยาวมากยิ่งขึ้น

